ระบบแต่ละแบบที่เหมาะสมกับงาน

อธิบายระบบแต่ละระบบที่เหมาะกับงานแนวไหน

เครื่องเชื่อม MMA

เครื่องเชื่อม MMA เป็นเครื่องเชื่อมที่ต้องใช้ลวดเชื่อมชนิด “ธูปเชื่อม” เป็นลวดเชื่อมแบบหุ้มฟลั๊ค ซึ่งจะช่วยปกคลุมแนวเชื่อมในขณะที่ลวดหลอมละลาย เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้ามาผสมกับแนวเชื่อม เพราะจะทำให้เกิดฟองอากาศ หรือรูพรุน ทำให้แนวเชื่อมเป็นตามด ไม่แข็งแรงสามารถเชื่อมได้ทั้งงานเหล็ก, สแตนเลส, และอลูมิเนียม (ควรใช้กับเครื่องที่มีกระแสเชื่อมสูงประมาณ 200 แอมป์ขึ้นไป) ควรเลือกใช้ลวดเชื่อม และปรับกระแสเชื่อมให้เหมาะสมกับงานเชื่อมแต่ละชนิด เป็นเครื่องเชื่อมที่ใช้งานง่าย

เครื่องเชื่อมระบบ TIG

เครื่องเชื่อมระบบ TIG เหมาะสำหรับงานเชื่อมที่ต้องการความสวยงามของแนวเชื่อม ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นงานเชื่อมสแตนเลส และอลูมิเนียม (เฉพาะ AC) ใช้ลวดเชื่อมแบบทังสเตน ช่วยนำกระแสเชื่อมลงสู่ชิ้นงานทำให้เนื้อของโลหะละลายติดกัน โดยจะเติมลวดหรือไม่ก็ได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะของงานนั้นๆ การเชื่อมต้องต่อกับแก๊สอาร์กอน ซึ่งทำหน้าที่ช่วยในการปกคลุมแนวเชื่อม ไม่ให้อากาศแทรกเข้ามาในแนวเชื่อม ป้องกันไม่ให้เกิดตามด และงานเชื่อมดำ สามารถเชื่อมได้ทั้งงานเหล็ก และ สแตนเลส / สำหรับรุ่น TIG AC/DC สามารถเชื่อมงานอลูมิเนียมได้อีกด้วย

เครื่องเชื่อมระบบ MIG

เครื่องเชื่อมระบบ MIG ใช้ลวดแบบม้วน สามารถเชื่อมงานได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และไม่ต้องเคาะสแล็ค เชื่อมได้ทั้งเหล็ก, สแตนเลส, และอลูมิเนียม ต่อใช้งานกับแก๊ส CO2 , อาร์กอน ,และแก๊สผสม ขึ้นอยู่กับชนิดของงานมีทั้งแบบมีชุดป้อนลวดในตัว และแบบแยกชุดป้อนลวด ซึ่งสะดวกสำหรับงานที่ต้องการย้ายจุดเชื่อมบ่อยๆหรืองานเชื่อมที่สูง

เครื่องตัดระบบ PLASMA

เครื่องตัด PLASMA ต้องต่อกับปั๊มลม ใช้ลมช่วยในการตัด สามารถตัดชิ้นงานที่เป็นโลหะได้ทุกชนิด แต่ความหนาไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับความแข็งและเหนียวของโลหะ ซึ่งงานเหล็กจะตัดได้ความหนามากที่สุดรองลงมาคือสแตนเลส และอลูมิเนียม ตามลำดับ ข้อดีของการตัดด้วยพลาสม่า คือ ตัดโลหะได้ทุกชนิด, มีความสวยงามของแนวตัด, สูญเสียเนื้อชิ้นงานน้อย, ตัดงานบางได้ดี เนื่องจากความร้อนสะสมที่ชิ้นงานน้อย ทำให้ชิ้นงานไม่เกิดการบิดงอ หรือเสียรูปและมีความปลอดภัยสูง